ECO Sticker ฉลากยางรถยนต์ บอกอะไรบ้าง?

แชร์

เวลาเลือกซื้อยางใหม่ หลายคนดูแค่ยี่ห้อ ราคา หรือลายดอกยาง แต่ยางแต่ละรุ่นยังมี ECO Sticker หรือฉลากประสิทธิภาพยาง ที่ช่วยให้เปรียบเทียบยางได้จากข้อมูลมาตรฐานเดียวกัน ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน การเบรกบนถนนเปียก และเสียงของยาง

ECO Sticker คืออะไร?

ECO Sticker คือฉลากที่แสดงผลทดสอบสมรรถนะของยางตามมาตรฐาน เริ่มใช้ในสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2012 และปรับรูปแบบฉลากใหม่ในปี 2021 ส่วนในประเทศไทย สมรรถนะด้านเดียวกันนี้ถูกกำหนดไว้ใน มอก. 2721-2560 ทำให้ผู้ซื้อเลือกยางได้ตรงกับการใช้งานของตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

อ่านค่าบนฉลากอย่างไร?

ค่าหลักบนฉลากมี 3 ค่า ควรดูประกอบกันทั้งหมด ไม่ควรตัดสินจากค่าใดค่าหนึ่ง

ฉลาก ECO Sticker ตัวอย่าง ความต้านทานการหมุนระดับ C (9.0) การยึดเกาะถนนเปียกระดับ A (1.55) เสียง 72 dB ยางประเภท C1
ตัวอย่างฉลากยางรูปแบบเดิม (ระดับ A–G)
  1. ประหยัดพลังงาน Rolling Resistance

    บอกแรงต้านขณะยางหมุนบนถนน ยิ่งต้านน้อย รถยิ่งเสียพลังงานน้อย ช่วยประหยัดน้ำมัน และช่วยให้รถ EV วิ่งได้ไกลขึ้น

    ตัวอย่างบนฉลาก: ระดับ C (ค่า 9.0)

  2. ยึดเกาะถนนเปียก Wet Grip

    บอกประสิทธิภาพการเบรกบนพื้นเปียก เป็นค่าที่สำคัญมากสำหรับเมืองไทยที่ฝนตกบ่อยและมีน้ำขังบนถนน

    ตัวอย่างบนฉลาก: ระดับ A (ค่า 1.55)

  3. ระดับเสียงจากยาง External Rolling Noise

    เสียงภายนอกที่เกิดจากยางสัมผัสถนน หน่วยเป็นเดซิเบล (dB) ยิ่งตัวเลขต่ำ เสียงยิ่งเบา

    ตัวอย่างบนฉลาก: 72 dB

ระดับบนฉลาก: ฉลาก EU รุ่นปัจจุบัน (ตั้งแต่ปี 2021) แบ่งระดับ A–E โดย A ดีที่สุด ส่วนฉลากรุ่นเดิมแบ่งระดับ A–G หากเจอฉลากแบบเก่า ควรดูว่าอ้างอิงมาตรฐานช่วงไหน

ค่าเสียงไม่เท่ากับความเงียบในห้องโดยสาร: เสียงที่ได้ยินในรถยังขึ้นอยู่กับลายดอกยาง โครงสร้างยาง ผิวถนน ช่วงล่าง และฉนวนกันเสียงของรถแต่ละรุ่นด้วย

ข้อมูลอื่นที่ควรดูบนฉลาก

  • ยี่ห้อและรุ่นยาง
  • ขนาดยาง
  • ดัชนีรับน้ำหนัก (Load Index)
  • ดัชนีความเร็ว (Speed Rating)
  • ประเภทยาง (Tyre Class)
  • มาตรฐาน มอก.
  • QR Code / ข้อมูลอ้างอิงสินค้า

อ่านความหมายของขนาดยาง ดัชนีรับน้ำหนัก และดัชนีความเร็วได้ที่บทความ วิธีการอ่านไซส์ยาง

Tyre Class C1, C2, C3 คืออะไร?

เป็นการแบ่งประเภทยางตามชนิดของรถที่ใช้งาน เช่นฉลากตัวอย่างด้านบนเป็นยาง C1

C1

ยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

C2

ยางรถเชิงพาณิชย์ขนาดเบา

C3

ยางรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถโดยสาร

Tyre Class บอกแค่กลุ่มของยาง เวลาเลือกยางยังต้องดูขนาดยาง Load Index, Speed Rating และสเปกที่ผู้ผลิตรถกำหนดให้ตรงกับรถด้วย

มอก. ที่เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์

มาตรฐานครอบคลุม
มอก. 2721-2560ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนเปียก และความต้านทานการหมุน ของยางประเภท C1, C2 และ C3
มอก. 2718-2560ยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์และส่วนพ่วง
มอก. 2720-2560ยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์และส่วนพ่วง

ตัวอย่าง: อ่านค่าจากข้อมูลยางจริง

ยาง Michelin Primacy 4st ขนาด 205/55R16 Speed V Load 91 ประหยัดพลังงานระดับ C ยึดเกาะถนนเปียกระดับ A เสียง 69 dB

Michelin Primacy 4st · 205/55R16 91V

C
ประหยัดพลังงานอยู่ในระดับกลาง
A
ยึดเกาะถนนเปียกระดับสูงสุด เบรกบนถนนเปียกได้มั่นใจ
69dB
เสียงจากยางต่ำกว่าฉลากตัวอย่างด้านบน (72 dB)

สรุป: ยางรุ่นนี้เด่นเรื่องความปลอดภัยบนถนนเปียกและเสียงเงียบ เหมาะกับการขับในเมืองและช่วงหน้าฝน

เลือกยางจาก ECO Sticker ให้เหมาะกับการใช้งาน

  1. ขับช่วงฝนตกบ่อย

    ให้ความสำคัญกับค่า Wet Grip เป็นอันดับแรก

  2. เน้นประหยัดน้ำมันหรือไฟ

    เปรียบเทียบค่าความต้านทานการหมุน ยิ่งระดับดี ยิ่งช่วยประหยัดพลังงาน

  3. ขับทางไกลหรือทางด่วนบ่อย

    ดูระดับเสียงประกอบ ร่วมกับความนุ่มและโครงสร้างยาง

  4. ต้องการความมั่นใจด้านมาตรฐาน

    ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. และข้อมูลสินค้าให้ตรงกับรถที่ใช้

สิ่งที่ ECO Sticker ไม่ได้บอก

ฉลากไม่ได้บอกอายุการใช้งาน ความนุ่มนวล การตอบสนองของพวงมาลัย หรือความแข็งแรงของแก้มยาง จึงควรใช้ข้อมูลบนฉลากประกอบกับสเปกรถและรูปแบบการขับขี่จริง

และ ECO Sticker ไม่ใช่การรับประกันยาง ฉลากบอกประสิทธิภาพของยาง ส่วนการรับประกันเป็นเงื่อนไขความคุ้มครองเมื่อยางเสียหาย ซึ่งแต่ละแบรนด์กำหนดต่างกัน ดูการรับประกันสินค้า

แชร์บทความนี้

อยากเปรียบเทียบยางหลายรุ่นก่อนตัดสินใจ?

บอกไซส์ยางและการใช้งานของคุณ ทีมงานเอสทีวี ช่วยแนะนำรุ่นที่เหมาะให้